• ได้มีการจัดตั้งบริษัทฯ เป็นบริษัทจำกัดภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยใช้ ชื่อว่า “บริษัท สยามสหบริการ จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจในการให้บริการการขนส่งน้ำมันทางน้ำแก่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศในขณะนั้น เช่น บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ (ไทย) จำกัด เป็นต้น
  • ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทฯ จาก 5 ล้านบาท เป็น 75 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2528 บริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 และตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่า “ผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาต จากรัฐมนตรีตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 เป็นผู้ค้าน้ำมันซึ่งได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัตินี้” จึงมีผลให้บริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว สามารถ ซื้อน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายได้ด้วย
  • บริษัทฯ ได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัทฯ โดยเริ่มที่ภาคใต้ของประเทศ รวม 32 สถานี และในปีเดียวกันนั้น บริษัทฯ ได้แยกธุรกิจการขนส่งน้ำมันออกจากธุรกิจค้าน้ำมัน โดยได้ขายเรือ ขนส่งน้ำมันจำนวน 6 ลำ และสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับเรือให้แก่บริษัท สยามมงคลเดินเรือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วม จากนั้น ได้ขยายสถานีบริการน้ำมันกระจายไปเกือบทั่วทุกภาค
  • บริษัทฯ ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 280 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 28 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท
  • บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ใช้ชื่อว่า “บริษัท สยามสหบริการจำกัด (มหาชน)”
  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2553 ได้มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท สยามสหบริการ จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)” และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2553 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับรองให้บริษัทฯ ใช้ชื่อ “บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)”
  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2555 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ซื้อหุ้นทั้งหมด ในบริษัท ปิโตรนาส รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ยูนิเวอร์แซล ทรัพย์สิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้เครื่องหมายการค้า “PETRONAS” บริษัทได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2555 และได้เปลี่ยนชื่อ บริษัทในกลุ่มบริษัท PETRONAS ที่มี 5 บริษัท เป็น 1) บริษัท ซัสโก้ ดีลเลอร์ส จำกัด 2) บริษัท ซัสโก้ รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 3) บริษัท ซัสโก้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 4) บริษัท ซัสโก้ ลูบริแคนท์ส จำกัด และ 5) บริษัท ซัสโก้ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และได้เปลี่ยนเครื่องหมายการค้า PETRONAS ทั้งหมด เป็น SUSCO ภายในสิ้นปี 2557
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 2/2562 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 325,000,000 บาท คิดเป็นจำนวนหุ้นไม่เกิน 110,000,000 หุ้น หรือร้อยละ 10.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด เมื่อสิ้นสุดโครงการ บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นคืนทั้งสิ้นจำนวน 50,005,500 หุ้น หรือร้อยละ 4.55 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 8/2563 ได้มีมติให้บริษัทฯ ทบทวนการนำหลัก ธรรมาภิบาล (CG Code) มาปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจ
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 8/2563 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 180,000,000 บาท คิดเป็นจำนวนหุ้นไม่เกิน 55,000,000 หุ้น หรือร้อยละ 5.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด
  • บริษัทฯ ได้รับการต่ออายุใบการรับรองจากแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยใน การต่อต้านการทุจริตหรือ Thailand's Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption
  • บริษัทฯ มีคลังน้ำมันซึ่งเป็นของบริษัทฯ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ คลังน้ำมันราษฎร์บูรณะ คลังน้ำมันสุราษฏร์ธานี และคลังน้ำมันสงขลา นอกจากนี้ยังมีคลังน้ำมันร่วมกับบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง เพื่อเก็บน้ำมัน ที่กลุ่มบริษัทได้ซื้อจากแหล่งต่างๆ เพื่อจำหน่ายต่อและสำรองไว้ตามกฎหมาย กลุ่มบริษัทมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงกระจายกันอยู่เกือบทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 241 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นส่วนที่บริษัทฯ ดำเนินการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ (NGV) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เอง จำนวน 200 แห่ง และให้ผู้ใช้สิทธิ (ดีลเลอร์) เช่าดำเนินการจำนวน 41 แห่ง