มงคล สิมะโรจน์

ประธานกรรมการ

ในปี 2563 เศรษฐกิจไทยติดลบประมาณร้อยละ 6.1 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 22 ปี สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เริ่มมีกระทบตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 และมีผลต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งปี รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการต่างๆ เป็น การช่วยเหลือประชาชนด้วยงบประมาณจำนวนมาก เพื่อประคองเศรษฐกิจโดยรวม และคาดหวังว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น ในช่วงปลายปีตามลำดับ อย่างไรก็ดี ในประเทศไทยได้เกิดการระบาดอีกระลอกหนึ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 ทำให้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า กว่าจะมีการฉีดวัคซีนในประเทศไทยอย่างทั่วถึง และมีการควบคุมโรคระบาดได้ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงยังคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจในปี 2564 จะยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 และจะเติบโตได้เพียงร้อยละ 2.5-3.5 อย่างไรก็ดี ทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

สำหรับตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงต้นปี 2563 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอยู่ที่ประมาณ 65 ดอลล่าร์สหรัฐ/บาร์เรล (Dubai) และได้ลดลงไปต่ำกว่า 20 ดอลล่าร์สหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักทั่วโลก มีการปิดประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงอย่างมาก ราคาน้ำมันแกว่งตัวแรง และค่อยๆปรับตัวกลับขึ้นมาปิดที่สิ้นปีที่ระดับราคาประมาณ 51 ดอลล่าร์สหรัฐ/บาร์เรล สำหรับความต้องการน้ำมันในประเทศไทยโดยรวมลดลงถึงร้อยละ 11.5 ในปี 2563 โดยน้ำมันเครื่องบินลดลงมากที่สุดถึงประมาณร้อยละ 61.8% ทั้งนี้ ในปี 2564 ก็ยังคาดการณ์กันว่า ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2563 อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2564 ราคาน้ำมันได้กลับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการระบาด จากการลดกำลังการผลิตและการคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น ทั้งนี้เศรษฐกิจที่แท้จริงยังค่อนข้างเปราะบาง หากราคาน้ำมันสูงเกินไป อาจจะเป็นอุปสรรคในการฟื้นตัว ก็เป็นได้ จึงต้องมีการติดตามราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปในตลาดเงินและตลาดทุนอย่างมาก ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ มีความผันผวนในระดับสูง

ส่วนธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2563 กลุ่มบริษัทฯ มีปริมาณการขายน้ำมันสำเร็จรูป 1,048 ล้านลิตร ลดลงจาก 1,394 ล้านลิตร ในปี 2562 ในอัตราร้อยละ 24.8 ซึ่งหลักๆ เกิดจากยอดขายน้ำมันอากาศยานที่ลดลงถึงร้อยละ 60 ทั้งนี้ ยอดการขายปลีกผ่านสถานีบริการ และยอดการส่งออกลดลงเพียงร้อยละ 7 และ 8 ตามลำดับ จึงถือว่าบริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับยอดขายไว้ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนของยอดขายน้ำมันเครื่องบิน คงต้องรอให้การเดินทางท่องเที่ยวฟื้นตัวก่อน อย่างไรก็ดี การขายน้ำมันเครื่องบิน ไม่มีต้นทุนคงที่ต่อเนื่องมากนัก (Fixed Recurring Cost) ทั้งเรื่องคนและการลงทุน ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายระหว่างรออุตสาหกรรมการบินให้ฟื้นตัว ผลกระทบจึงค่อนข้างจำกัด ส่วนความต้องการใช้น้ำมันภาคพื้นดินที่ลดลงไป ก็น่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจภายในประเทศ

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2563 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 16,778 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้ 28,144 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายและราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ทั้งนี้บริษัทฯ ยังสามารถมีกำไรสุทธิ 218 ล้านบาท แม้จะลดลง 170 ล้านบาท หรือร้อยละ 43 จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 388 ล้านบาท นับว่าบริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการธุรกิจผ่านช่วงวิกฤติ COVID-19 ไปได้ในปีที่ผ่านมา และหวังว่าสภาพเศรษฐกิจค่อยๆ ดีขึ้นในปีถัดไป

ในปี 2564 คาดการณ์กันว่าอัตราการใช้น้ำมันในประเทศจะใกล้เคียงกับปี 2563 หรือเติบโตเพียงเล็กน้อย บริษัทฯ มีแผน ที่จะขยายจำนวนสถานีบริการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 แห่ง และยังคงใช้กลยุทธ์การเลือกทำเลเปิดสถานีบริการที่เป็นลักษณะชุมชน เมือง และสร้างฐานลูกค้าประจำ เพื่อให้ขยายกิจการได้อย่างมั่นคง และยังคงเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อให้ บริการต่างๆ ในสถานีบริการของบริษัทฯ มีความหลากหลาย และดึงดูดผู้บริโภคให้มากขึ้น ทั้งร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านกาแฟชั้นนำ และร้านอาหาร ตามศักยภาพของแต่ละสถานี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นับวันจะมีความต้องการที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงต้องประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อการลงทุนต่างๆ ให้สอดคล้องตามสภาวะเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากธุรกิจทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากยังคงประสบปัญหาการเงินจำนวนมาก สภาพและวิธีการทำธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว บริษัทฯ จึงต้องมีความคล่องตัวในการปรับตัวในด้านต่างๆ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าด้วยระบบ SUSCO SMART MEMBER โดยการใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นหมายเลขสมาชิกสำหรับสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลมากมาย เพื่อจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการรับชำระเงินโดยใช้ QR Code เพื่อรองรับการใช้เงินสดที่ลดลง นอกจากนี้ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะมีการใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบริษัทฯ ได้เตรียมตัวจับมือกับพันธมิตรเพื่อทำจุดชาร์จไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันมาหลายปีแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจอื่นๆ (Non-Oil) อาทิเช่น อาหาร เครื่องดื่ม ดูแลรถ รับส่งพัสดุ ให้มากขึ้น บริษัทฯ ได้ตั้งคำขวัญขึ้นมาใหม่ ในปี 2564 ว่า “FUEL YOUR DAY” หรือ “เติมพลังให้วันของคุณ”โดยมองว่าในอนาคต สถานีบริการน้ำมัน จะเป็นจุดพักเพื่อเติมพลังงานต่างๆ ทั้งรถและผู้เข้ามาใช้บริการ ให้ขับรถกลับออกไปอย่างมีพลัง

ในนามของคณะกรรมการ ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้า คู่ค้า สถาบันการเงิน และผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ได้เกื้อกูลกิจการของกลุ่มบริษัทด้วยดีเสมอมา ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานที่ได้ทุ่มเททำงานให้กลุ่มบริษัทฯ มีความเจริญเติบโตยิ่งขึ้นมาโดยตลอด ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความสนับสนุนจากทุกท่านด้วยดีเช่นนี้ต่อไป เพื่อให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตและมีความมั่นคงสืบต่อไป